ช่วงนี้จะมีหนังเข้าใหม่อย่างเรื่อง Australia จึงเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่จะมานั่งระลึกกันว่า หนังเรื่องอะไรบ้างที่มีชื่อเรื่องมาผสมปนเปด้วยชื่อประเทศหรือชื่อชาวประเทศ มาดูกันเลยครับว่า 10 เรื่องที่ยกมามีเรื่องอะไรกันบ้าง





1. Borat : Cultural learnings of America for make benefit glorious nation of Kazakhstan (2006)
การนั่งชม Borat (ขอเรียกแบบย่อๆ) หนังอเมริกันที่ตลกสุดในรอบหลายปี ยังจะช่วยทดสอบและวัดระดับต่อมความอดทนของคุณต่อ ''ความแตกต่าง'' หรือ ''คนอื่น'' ได้อย่างดีเยี่ยม

โบรัตเป็นชายหนุ่มที่เหยียดชาวยิว เหยียดเพศหญิง และเหยียด จอร์จ ดับเบิลยู บุช!?! ทุกอย่างที่เขาพูดหรือทำดูเหมือนจะสร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาผู้ยึดมั่นในความเชื่อของตนเองทั้งหลาย โบรัตถูกปลูกฝังโดยวัฒนธรรมในประเทศของเขา (หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคาซัคสถาน คงไม่มีประเพณี หรือสภาพบ้านเมืองเหมือนที่เห็นในหนัง) เขาถูกเลี้ยงดูมาอย่าง 'แตกต่าง' ควรแล้วหรือที่เราจะยกตัวเองว่าอยู่เหนือกว่า มีการศึกษา ตลอดจนความ 'ศิวิไลซ์' มากกว่า และตัดสินมนุษย์ผู้นี้ว่าน่ารังเกียจ น่าเหยียดหยาม ทั้งที่พฤติกรรมต่างๆของเขานั้นไม่ได้ทำร้ายหรือสร้างความเดือดร้อนใดๆให้ใคร

ท้ายเรื่องโบรัตเลือกโสเภณีใบหน้าไม่โสภา หุ่นจ้ำม่ำ แต่ใจกว้างยิ่งกว่าท้องฟ้ามาเป็นภรรยา (หลังผิดหวังจากพาเมล่า แอนเดอร์สัน) เพื่อตอกย้ำให้เห้นว่าบางทีความศิวิไลซ์แค่เปลือกนอกเหมือนที่บางคนชอบเอามาแอบอ้างนั้น มันหาได้บ่งบอกถึงความเจริญแล้วในแก่นแท้แต่อย่างใด




2. This is England (2006)
หนังว่าด้วยเรื่องของชอน เด็กชายวัย 12 ที่มักโดนเพื่อนที่โรงเรียนรังแกอยู่เสมอ กระทั่งบังเดิญได้มาพบกับวู้ดดี้วัยรุ่นเลือดอังกฤษไว้ผมทรงสกินเฮดสุดฮิตและพวก และได้ทำกิจกรรมร่วมกัน จนชอนตัดผมสกินเฮดและเขาเป็นสมาชิกกลุ่มอย่างเต็มตัว โดยไม่รู้ว่าความแตกแยกกำลังจะเข้ามาเพราะการมาถึงของ คอมโบคนที่วู้ดดี้เรียกว่า เพื่อนคนสนิท

คอมโบเป็นพวกรักชาติ อีกทั้งยังเหยียดผิวอีกด้วย การที่คอมโบพูดเรื่องสงคราม ทำให้อุดมการณ์ของชอนชัดเจนขึ้น เขาหันหน้าเข้าพวกกับคอมโบ เขาป้อนแนวคิดต่อชอนและคนอื่นๆ หากใครไม่เห็นด้วยกับเขา ก็จะกลายเป็นคนที่ไม่ต้องการในทันทีมันทำให้เรากลับมาคิดว่าอุดมการณ์ ความเชื่อที่เราเชื่อก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป บางทีมันอาจถูกสร้างขึ้นมา เพื่อทำให้สิ่งร้ายๆที่เราทำ นั้นดูถูกต้อง ก็เป็นได้






3. หวงเฟยหง - Once upon a time in China (1991)
จอมยุทธ์-ปรมาจารย์กังฟู หวงเฟยหง ที่เชื่อกันว่ามีตัวตนอยู่จริงในปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 ถือเป็นตำนานหน้าสำคัญในประวัติศาสตร์-วัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวีรกรรมของเขาที่ได้รับการยกย่อง ดัดแปลงในรูปแบบหนังมากมายหลายเวอร์ชั่น

เวอร์ชั่นที่คุ้นหูคุ้นตา คือหวงเฟยหงที่กำกับโดย ฉีเคอะที่นำเสนอประวัติศาสตร์จีนควบคู่ไปกับชีวประวัติของหวงเฟยหง ผู้ผดุงความยุติธรรม ผสมผสานด้วยฉากแอ็กชั่นน่าตื่นตาตื่นใจจากการแสดงของหลี่เหลียนเจี๋ย หนังประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์ จนมีสร้างภาคต่อตามาอีกหลายภาค








4. From Russia with Love (1963)
ในยุคที่หนังออกฉาย ชื่อหนังที่มี 'รัสเซีย' อยู่ด้วยในตอนที่ 2 ของเจมส์ บอนด์ นั้นช่างเสียดสีอย่างถึงที่สุด เพราะเป็นช่วงสงครามเย็น ก็รู้ๆกันว่าอังกฤษกับอเมริกากำลังแยกเขี้ยวแข่งกับใครอยู่ การบอกว่ารัสเซียส่งรักมาให้-เอาใจมาฝากเป็นอะไรไม่ได้นอกจากความหมายนัยประหวัดเท่านั้น ตอนถัดมาของหนังชุด 007

จาก Dr.No มาถึง From Russia with Love ก็พัฒนาเพิ่มความจริงจังหนักแน่นสมจริงโดยพร้อมสรรพทั้งเสน่ห์ของ ฌอน คอนเนอรี่ ในบทเจมส์ บอนด์ , ทาเทียน่า โรมาโนว่า รับบทหนึ่งในสาวบอนด์ที่สวยที่สุดตลอดกาล , ตัวร้ายที่น่าจดจำตั้งแต่ระดับมือปืนรับจ้างไปถึงบิ๊กเนมในกองทัพรัสเซียและองค์กรก่อการร้ายระดับโลกและการสะท้อนภาพของสงครามเย็นกับสถานการณ์ระหว่างประเทศผ่านเหตุการณ์เร้าใจลุ้นระทึกที่ร้อยเรียงขึ้น








5. Congo (1995)
ชื่อเรื่อง Congo นี้มาจากชื่อประเทศเต็มๆว่า Republic of the Congo ประเทศที่หลายคนอาจจะได้เคยได้ยินเพราะป่าดงดิบอันมีชื่อเสียง หนังสร้างจากนิยายของ ไมเคิล ไครซ์ตัน ที่เพิ่งจากเราไปไม่นาน นี้ แต่ฝาากหนังดีๆให้เราดูเพียบ

เรื่องราวของเจ้าหน้าที่ภาคสนามของบริษัทยักษ์ใหญ่ TarviCom ได้หายตัวไปในป่าคองโก ทำให้ต้องส่งทีมค้นหาซึ่งประกอบด้วย ดร.ปีเตอร์ เอลเลียตกับ เอมี่ ลิงที่เขาสอนจนรู้ภาษามนุษย์ , ดร.คาเรน รอสส์ เธอมาตามหาคู่หมั้นที่เป้นหนึ่งในคนที่หายไปด้วย และยังมีเพื่อนร่วมทีมแปลกๆที่เหมือนจะปิดบังบงอย่างไว้ พวกเขาต้องผจญภัยต่างๆมากมาย รวมถึงได้รู้แผนร้ายที่ใช้การมาครั้งนี้ตามหาเมืองที่สาบสูญที่ชื่อกันว่ามีเพชรในตำนานอยู่ เพื่อจะเอามาสร้างเทคโนโลยีการสื่อสรแบบใหม่ เรื่องแสดงถึงความโลภของคน ที่พร้อมทำลายทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ตนต้องการ สุดท้ายก็กรรมใดใครก่อก็ต้องโดนผลร้ายไปตามระเบียบ






6. Seven Years in Tibet (1997)
เรื่องของไฮริช แฮเรอร์ อดีตทหารพรรคนาซีชาวออสเตรเลีย ที่ชื่นชอบการปีนเขาเป็นชีวิตจิตใจ แฮเรอร์ร่วมปีนเขกับเพื่อนทางตอนเหนือของอินเดีย ทั้งคู่ถูกทหารอังกฤษจับเป็นเชลยได้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็สามารถหลบหนีออกมาได้ ชีวิตใหม่ของแฮเรอร์เริ่มต้นอีกครั้งที่ทิเบต ในวันที่เขาไม่สามารถพึ่งกาใครได้อีกแล้วไม่ว่าจะเป็นภรรยาที่กำลังจะแต่งงานใหม่ ลูกวัยกำลังโตที่ไม่เคยเห็นหน้าเขา หรือแม้แต่เพื่อนรักที่ทรยศหักหลัง

หนังกำกับโดยฌอง -ชัคส์ อาโนลด์ สามารถถ่ายทอดเรื่องราวการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่งดงามของแฮร์เรอร์ออกมาได้อย่างแทยบจะไร้ที่ติเลยทีเดียว แฮร์เรอร์เขาใช้เวลาแทบทั้งชีวิตเพื่อปีนเขา เพื่อก้าวข้ามความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ในขณะที่องค์ดาไลลามะและชาวทิเบต เรียนรู้ท่จะอยู๋อย่างเรียบง่ายและพอเพียง ท่ามกลางหิมาลัย ขุนเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบบไหนที่จะอยู่ยากและเป็นทุกข์มากกว่ากัน หนังเรื่องนี้ให้คำตอบได้







7. A Passage to India (1984)
ชื่อเรื่องบางบอกความหมายโดยนัยว่า การเดินทางสู่อิเดียครั้งนี้เป้นเพียงการเดินทางผ่านไปเท่านั้น มิได้เป็นไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจหรือต้องการซึมลึกถึงจิตวิญญาณท้องถิ่น ซึ่งนั่นดูสอดคล้องกับแก่นสาระของหนังที่บอกว่า เอาเข้าจริงแล้วชาวอังกฤษรู้จักคนอินเดียเพียงผิวเผินและไม่ได้เข้าใจความเป็นอินเดียเลย

เรื่องราวของอเดลา เควสต์หญิงสาวชาวเมืองผู้ดีที่เดินทางไปเมี่ยมคู่หมั้นยังอินเดียและคุณนายมัวร์ว่าที่แม่ยายร่วมคณะเดินไปกับดร.อาซิซ อาห์เหม็ดปัญญาชนอินเดีย ท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆซึ่งน่าจะสัมผัสแก่นแท้ของอินเดีย แต่แล้วปัญหาก็เกิดขึ้น เมื่ออเดลากล่าวหาว่า ดร.อาซิซล่วงเกินเธอในถ้ำลึกแห่งหนึ่ง

หนังปกปิดความจริงที่เกิดขึ้นในถ้ำ ปล่อยให้เป็นปริศนาค้างคา เพื่อคนดูจะได้ร่วมขบคิด แต่มันทำให้ชีวิตของ ดร.อาซิซต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาถูกจับกุมและสอบสวน และเรื่องราวยังบานปลายถึงขั้นทำให้ชาวอาณานิคมแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อผู้ปกครอง





8. Japanese Story (2003)
เรื่องราวของแซนดี้นักธรณีวิทยาที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลนักธุรกิจหนุ่มชาวญี่ปุ่น พาชมความงดงามของภูเขาและทะเลทรายของประเทศออสเตรเลีย เพื่อซอร์ฟแวร์เกี่ยวกับธรณีวิทยาให้กับเขา แซนดี้ไม่เต็มใจ เพราะเธอไม่ใช่เกอิชาที่ต้องมาคอยปรนนิบัติพัดวีใคร แต่เมื่อเธอได้ร่วมเดินทางกับผู้ชายคนนี้ ได้เผชิญกับอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ความสัมพันธ์เริ่มก่อตัวเป็นควมรัก ทำให้เธอเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติเดิมๆไปตลอดกาล

จุดเด่นของเรื่องคือการนำเสนอประเด็นการปะทะกันระหว่างวัฒนธรรมในช่วงแรกแล้วมาสู่การยอมรับเข้าใจในความแตกต่าง นอกจากนี้หนังยังถ่ายทอดภาพภูมิประเทศของออสเตรเลียที่สวยงามแล้วยังแฝงนัยยะว่าเราทุกคนต่างเป็นเพียงจุดเล็กๆของธรรมชาติและโลกใบนี้นั่นเอง







9. The Prince of Egypt (1998)
เรื่องราวว่าด้วยสองพี่น้องชาวอียิปต์ ที่ต้องกลายมาเป็นศัตรูกันอย่างไม่มีทางเลือก ชะตากำหนดให้คนหนึ่งเป็นกษัตริย์ยิ่งใหญ่ ส่วนอีกคนคือผู้ที่จะมาปลดปล่อยทาสและทำให้อียิปต์ที่ลือชาต้องพังพินาศลง เรื่องคุ้นๆแบบนี้ก็เพราะเอามาจากไบเบิลที่ว่าด้วยเรื่องของโมเสส

เป็นการ์ตูนเรื่องแรกๆของสตูดิโอ Dreamworks ที่มาสั่นคลอนแชมป์ที่ครองมานานอย่าง Disney ในหนังมีฉากอลังการเยอะแยะ ฉากหนึ่งที่น่าจดจำและน่าทึ่งก็คือ ฉากที่น้ำทะเลแยกออกจากกัน อลังการจนทำให้ฝั่งบิ๊กเบิ้มร้อนๆหนาวๆได้บ้าง เพราะทางนี้เล่นขนมาทั้งภาพและเสียงเลยทีเดียว









10. Hotel Rwanda (2004)
รวันด้าปรเทศเล็กๆที่มีพลเมืองประมาณ 10 ล้านคน ทว่าเมื่อเกิดเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างเผ่าฮูตูกับเผ่าาทุตซี่ เพียงเวลาผ่านไป 3 เดือน ปรากฏว่าสิ้นชีวิตไปกว่า 1 ล้านคน สาเหตุหนึ่งสืบเนื่องมาจากประชากรหูเบาและปัญญาเบา ไปฟังคำโฆษณาชวนเชื่อของพวกกระหายเลือดจนก่อให้เกิดรอยร้าวระหว่างเผ่าพันธุ์แตกแยกมากเป็นทวีคูณ จนดำเนินไปสู่กหารฆ่าแกงกันอย่างไม่ไว้หน้า

พระเอกรับบทโดย ดอน ซีเดิ้ล เขาเป็นชาวฮูตูที่มีเมียเป็นชาวทุตซี่ แถมยังเป็นผู้จัดการโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งมีแขกหลายเผ่าพันธุ์มาพักพิง และตัดสินใจใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ปกป้องคุ้มครองไม่ให้เกิดอันตรายใดๆแม้จะถูกรุกเร้าจากกลุ่มทหารคลั่งก็ตาม นับเป็นหนังคุณภาพเฉียดๆเวทีออสการ์และทำให้คนลุ้นระทึกเอาช่วยไปด้วยไม่น้อย




ขอบคุณเนื้อหาสนับสนุนจาก Starpics