ถ้าต้องมองว่าที่ผู้เข้าชิงทั้งหมดของสาขาผู้แสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมในเวทีออสการ์ครั้งที่ 81 นี้ เมอรีล สตรีพ (Doubt) กับเคต วินสเลต (Revolutionary Road หรือ The Reader) ดูเหมือนจะมีโอกาสมากกว่าใคร แต่กระนั้น หนึ่งในสองตัวเต็งที่ว่านี้ก็ยังมีโอกาสที่จะเจออุปสรรคที่เหนือคาด

อยู่ดี ในขณะที่สาวแอนน์ แฮตธาเวย์ ก็มีสิทธิ์ในอันดับต้นๆ เพียงแต่โอกาสของเธอไม่ได้แรง ณ วินาทีนี้ตามที่ควรจะเป็น ก็ยังดีที่โซนี่ คลาสสิกส์เพิ่งจะส่งดีวีดี Racheal Getting Married ไปให้คณะกรรมการผู้เสนอชื่อเข้าชิงของออสการ์ถึงที่บ้าน ซึ่งนั่นก็น่าจะช่วยแอตธาเวย์ได้มากขึ้น 

       
เมอรีล สตรีพ (Doubt)

นอกจากสตรีพ, วินสเลต และแอตธาเวย์ รายที่มีโอกาสเข้ารวมกลุ่มนี้อีก 2 ที่นั่งที่เหลือก็คือ เคต แบลนเชตต์ (The Curious Case of Benjamin Button), แซลลี่ ฮอว์คกินส์ (Happy-Go-Lucky), แอนเจลิน่า โจลี่ (Changeling), นิโคล คิดแมน (Australia) และคริสติน สกอตต์ โธมัส (I've Loved You So Long) โดยมี 5 รายต่อจากนี้เป็นกลุ่มม้ามืด ซึ่งก็ได้แก่ เมลิสซา ลีโอ (Frozen River), มิเชลล์ วิลเลี่ยมส์ (Wendy and Lucy), เคต เบคคินเซล (Nothing but the Truth), เอ็มม่า ธอมป์สัน (Last Chance Harvey) และเพเนโลปี้ ครูซ (Elegy)


แซลลี่ ฮอว์คกินส์ (Happy-Go-Lucky)

เคต แบลนเชตต์ได้เปรียบตรงที่ นอกจากเธอจะอยู่ในหนังที่ถูกมองว่ามีสิทธิ์เป็นเจ้าของออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแล้ว เธอยังเป็นหนึ่งในขวัญใจตลอดกาล เรียกว่ากระทั้งไม่ถูกใจตัวหนังอย่างแรง แต่ออสการ์ปีที่แล้ว ก็ยังเสนอชื่อเธอทั้งจาก Elizabeth: The Golden Age และ I'm Not There ปัญหาคือบทของแบลนเชตต์ (และแบรด พิตต์) ใน Benjamin Button เป็นเหมือน "ผู้สังเกตการณ์" ที่อาจจะไม่เต็มไปด้วยฉากอารมณ์พวยพุ่งเหมือนอย่างบทแรงๆ ที่ออสการ์ชอบ 


เคต แบลนเชตต์ได้ (Elizabeth: The Golden Age)

น่าเสียดายโอกาสของแอนเจลิน่า โจลี่ในปีก่อน เพราะกระทั่งบทของเธอใน A Mighty Heart จะเข้าชิงลูกโลกทองคำ, สมาพันธ์นักแสดง และอินดี้ สปิริต แต่ออสการ์กลับมาข้ามไป บางทีอาจจะเป็นเพราะเนื้อหาตะวันออกกลางทำให้หนังถูกมองข้ามเหมือนหนังเนื้อหาเดียวกันที่กอดคอกันล้มเหลวในปีก่อน (ขนาด Charlie Wilson's War ยังไปไม่ถึงไหน) Changeling อาจจะฉายปลายปี ซึ่งใกล้เคียงคณะกรรมการลงคะแนนเสียงก็จริง แต่ผลงานกำกับของคลินต์ อีสต์วูด ทุนสร้าง $55 ล้านเรื่องนี้ ก็ทำรายรับในอเมริกาได้แค่ $30 ล้านเท่านั้นในขณะนี้ 


แอนเจลิน่า โจลี่ (Changeling)

นับตั้งแต่ชนะออสการ์สมทบปี 1999 จาก Gilr, Interrupted ออสการ์มองข้ามโจลี่มาตลอด ก็ยังดีที่ A Mighty Heart และมาถึง Changeling เปิดโอกาสให้โจลี่ได้แสดงฝีมือในแบบหวังรางวัลได้อีกครั้ง แต่การที่เรื่องหลังเริ่มเงียบใน Box Office นั่นอาจจะเป็นอุปสรรคในการเข้าชิงของโจลี่มากกว่าที่คิด 


นิโคล คิดแมน (Australia)

ถึงหนังอาจจะมีทั้งชอบและไม่ชอบ แต่การแสดงของนิโคล คิดแมนใน Australia โดยรวมถือว่าโดดเด่นและสวยสง่าทะลุจอ ครั้งก่อนที่คิดแมนร่วมงานกับบาซ เลอห์รแมนใน Moulin Rouge เธอก็เคยเข้าชิง แต่ถ้าคิดแมนจะมีสิทธิ์ในครั้งนี้ การเป็นหนังทำเงินในระดับฮิตถล่มทลาย เป็นอย่างเดียวเท่านั้นที่จะช่วยได้


คริสติน สกอตต์ โธมัส (I've Loved You So Long)

ถึงตอนนี้นักวิจารณ์แทบจะทั้งนั้น แทบจะปกปิดความชื่นชมที่มีต่อ คริสติน สกอตต์ โธมัส (I've Loved You So Long) เอาไว้ไม่มิด เธอเคยเข้าชิงนำหญิงครั้งหนึ่งจาก The English Patient (1996) และดูเหมือนจะถูกมองว่าน่าจะเป็นชื่อแรกๆ ที่สถาบันนักวิจารณ์ทั้งหลายเอ่ยถึงในการประกาศความเยี่ยมแห่งปีในเดือนธันวาคมและมกราคมนี้ ในฐานะนางเอกอังกฤษที่เยี่ยมในหนังฝรั่งเศส (สกอตต์ โธมัสคล่องทั้งสองภาษา) เธอยังจะได้คะแนนนิยมจากคณะกรรมการออสการ์ที่รักยอดฝีมือจากยุโรป ตัวอย่างหมาดๆ ก็คือการเป็นผู้ชนะของมารียง โกติลลาร์ด (La Vie en Rose) ในปีก่อน แต่ปัญหาของเธอก็เป็นแบบเดียวกับตัวเต็งนำชายอย่าง ริชาร์ด เจนกินส์ (The Visitor) ในกรณีที่การแสดงของทั้งคู่เป็นความเยี่ยทในการแสดงที่นิ่งที่สุดเท่าที่จะนิ่งได้ ผู้ชมจะรู้สึกและสัมผัสได้ถึงความปวดร้าวที่ซ่อนอยู่ในใจลึกๆ ของคาแรคเตอร์ของพวกเขา และต่างก็มีฉากระเบิดอารมณ์แค่ฉากเดียวทั้งเรื่อง ซึ่งจะเพียงพอในสายตาของคณะกรรมการผู้เสนอชื่อหรือเปล่าต้องติดตาม

โอกาสที่จะเป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายได้มากๆ ในกลุ่มตัวเต็งสองต้องเป็น แซลลี่ ฮอว์คกินส์ (Happy-Go-Lucky) ซึ่งเป็นเจ้าของปัญหาแบบเดียวกับคริสติน แต่ว่าในทิศทางตรงกันข้าม ฮอว์คกินส์เป็นเจ้าของฉากระเบิดอารมณ์ฉากเดียวในช่วงท้ายเช่นกัน แต่ตลอดเวลาก่อนหน้านั้นในณะที่คริสตินเก็บความรู้สึก คาแรคเตอร์ของฮอว์คกินส์จะปลดปล่อยจนล้น (และน่ารำคาญ) แต่ความเป็นต่อก็คือ ฮอว์คกินส์อยู่ในหนังของไมค์ ลีห์ ที่เคยส่งอีเมลดา สตอนตัน (Vera Drake) และเบรนดา เบิลธิน (Secrets and Lies) ให้เข้าชิงมาแล้ว


เมลิสซ่า ลีโอ (Frozen River)

โชคดีสำหรับเมลิสซ่า ลีโอ ที่ดีวีดี Frozen River ของเธอเป็นเรื่องแรกๆ ที่ส่งตรงไปถึงมือคณะกรรมการผู้เสนอชื่อตั้งแต่ปลายกันยายน แต่บทผู้ลักลอบขนแรงงานเถื่อนข้ามชายแดนเม็กซิโกของเธอก็ทั้งโทรม ทั้งห้าว เอาเป็นว่ายิ่งชื่อของเธอได้รับการกล่าวถึงในเวทีของสมาคมนักวิจารณ์มากเท่าไหร่ โอกาสที่ออสการ์จะมองเห็นความสำคัญก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น ลีโอตกที่นั่งเดียวกับคริสติน เพียงแต่รายหลังเป็นเจ้าของคาแรคเตอร์ที่มีเสน่ห์และเจริญหูเจริญตามากกว่าเห็นๆ


มิเชลล์ วิลเลี่ยมส์ (Wendy and Lucy)

การแสดงของมิเชลล์ วิลเลี่ยมส์ ได้ทั้งแรงเชียร์ของนักวิจารณ์และยังน่าจะได้คะแนนเห็นใจในฐานะอดีตภรรยาของฮีธ เลดเจอร์ ผู้ล่วงลับ แต่ Wendy and Lucy ของเธอเป็นเจ้าของบทที่อ่อนเกินไป ซึ่งทั้งเรื่องก็ขึ้นอยู่กับแค่ว่าเวนดี้ของวิลเลียมส์ จะกลับมาพบสุนัขคู่ใจของเธอที่ชื่อลูซี่ หลังจากที่ลูซี่ถูกโยนลงน้ำได้ยังไงเท่านั้น 


เพเนโลปี้ ครูซ (Elegy)

เพเนโลปี้ ครูซ เยี่ยมใน Elegy ซึ่งดีวีดีของเธอถูกส่งออกไปยังคณะกรรมการตั้งแต่ตุลาคม แต่โอกาสในการเข้าชิงของเธอน่าจะอยู่ที่สาขาสมทบหญิง (ซึ่งเธอถึงขั้นมีสิทธิ์เป็นผู้ชนะ) จาก Vicky Cristina Barcelona มากกว่า

เคต เบคคินเซล ทำให้ทุกคนยอมรับว่าเธอเป็นนางเอกหวังรางวัลคนหนึ่งจาก Nothing But the Truth ซึ่งส่งเสียงฮือฮามาในงานเทศกาลหนังโตรอนโตในเดือนกันยายน แต่ปัญหาก็คือหนังแทบจะไม่มีเสียงฮือฮาในช่วงเวลาที่คณะกรรมการผู้เสนอชื่อกำลังทำงานในช่วงนี้ และสาเหตุก็เป็นเพราะกว่าที่หนังจะเปิดตัวก็เป็นกลางเดือนธันวาคม ซึ่งไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีเลย หนังอินดี้เล็กๆ แบบนี้ต้องการลงจอเพื่อสร้างกระแส ในช่วงเวลาที่ออสการ์เลื่อนการจัดงานจากมีนาคมขึ้นมาเป็นกุมภาพันธ์ มีก็แต่หนังตัวเต็งฟอร์มใหญ่ๆ เท่านั้นที่ยังเรียกคะแนนได้ จากการเปิดตัวปลายปีมากๆ แต่ถ้าเป็นหนังเล็กๆ อย่าง Nothing But the Truth และ Wendy and Lucy (10 ธ.ค.) การโชว์ความดีช้าไป มันอาจจะไม่ทันการสำหรับการขอคะแนน



กระทั่งเจ้าของออสการ์นำหญิงอย่าง เอ็มม่า ธอมป์สัน ก็อาจจะเจอผลกระทบในแบบเดียวกัน จากการที่ Last Chance Harvey ของเธอกว่าจะเปิดตัวก็ตั้ง 25 ธันวาคมโน่น ธอมป์สันเยี่ยมในบทสาวใหญ่ผู้เปลี่ยวเหงาที่คิดว่าตัวเองได้เจอกับรักแท้ แต่ในปีนี้ที่สาขานำหญิงแข็งมากๆ อย่างนี้ บางทีคณะกรรมการผู้เสนอชื่ออาจจะเห็นตัวเต็งในการเข้าชิงจนครบโดยที่ไม่ต้องมารอให้มาจบลงที่ธอมป์สัน ก็จริงที่หนังเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะลงโรงฉายหรือไม่ ยังไงก็มีดีวีดีส่งไปให้คณะกรรมการผู้เสนอชื่อพิจารณา แต่การส่งไปให้ทีหลัง ส่วนใหญ่ได้ผู้เข้าชิงในใจแล้ว นั่นก็ไม่ใช่เรื่องดีเช่นกัน

อย่างในรอบสองปีที่ผ่านมา เจ้าของรางวัลในสาขานักแสดงทั้งหมด มีก็แค่สองเรื่องเท่านั้นที่เปิดตัวในเดือนธันวาคมและเป็นเช่นนั้นในแบบฟอร์มใหญ่และมาพร้อมทีมผู้แสดงที่เป็นตัวขายอยู่แล้ว ซึ่งก็ได้แก่ แดเนียล เดย์-ลูอิส (There will be Blood) กับเจนนิเฟอร์ ฮัดสัน (Dreamgirls) ในขณะที่ผู้ชนะรายที่เหลือ หนัง La Vie en Rose ของมาริยง โกติลลาร์ด เปิดตัวมิถุนายน, No Country for Old Men ของฮาเวียร์ บาร์เด็ม เปิดตัวพฤศจิกายน, Michael Clayton ของทิลด้า สวินตัน เปิดตัวตุลาคม, Last King of Scotland ของฟอเรสต์ วิเทเกอร์ เปิดตัวตุลาคม, The Queen ของเฮเลน มิเรน เปิดตัวตุลาคม และ Little Miss Sunshine ของอลัน อาร์กิน เปิดตัวสิงหาคม 


เคียร่า ไนต์ลีย์ (The Duchess)

แต่ก็อีก ฮือฮาก่อนไม่ได้หมายความว่าต้องร้อนแรงไปตลอดกาลได้เสมอ เคียร่า ไนต์ลีย์ ได้เสียงชมจาก The Duchess ตั้งแต่ต้นใบไม้ร่วงก็จริง แต่เธอหลุดวงโคจรว่าที่ตัวเต็งไปเลยเมื่อธันวาคมมาถึง

ส่วนเคต วินสเลต ถ้าคณะกรรมการออสการ์ไม่ทำอย่างที่เธอกับเจ้าของหนัง The Reader ต้องการ แล้วเอาเธอใน The Reader มาเป็นคู่แข่งของเธอเองจาก Revolutionary Road (สตูดิโอโปรโมตบทนำของวินสเลตใน The Reader ในสาขาสมทบหญิง เพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้า) วินสเลตเรื่องหนึ่งอาจจะตัดคะแนนวินสเลตอีกเรื่องหนึ่งจนปิ๋วไปเลยทั้งคู่ก็เป็นได้ 



ถึงจุดนี้ชัวร์ที่สุดในการเข้าชิงท้ายที่สุดเหลือสตรีพคนเดียว!


ที่มา NangDee