Main menu

วิเคราะห์วิจารณ์ Bolt - American Dog

ให้เรตสมาชิก: 0 / 5

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

รายละเอียดภาพยนตร์คลิกหัวข้อที่เกี่ยวข้อง ทางด้านขวาบนครับ

ร่วมกันวิจารณ์ แบ่งปัน ความคิดเห็นต่อภาพยนตร์ต่อเพื่อน ทั้งที่ไปดูแล้ว และยังไม่ได้ดู

และยังมีคำวิเคราะห์วิจารณ์ โดยทีมงาน raknang และรวบรวมมาจากที่ต่างๆ

 

ขอความร่วมมือด้วยครับ ถ้าจะ สปอยล์หรือSpoil หรือแสดงเนื้อหาบ้างส่วนของภาพยนตร์ ขอความร่วมมือ ช่วยใส่คำว่า สปอยล์หรือSpoil ให้ชัดเจนก่อนถึงบทความด้วยครับ ขอบคุณครับ  

 

 

คำวิเคราะห์วิจารณ์ โดยทีมงาน raknang และรวบรวมมาจากที่ต่างๆ

1.moviemaxworld : moviemaxworld.com

อีกครั้งที่ดิสนีย์ขอฉายเดี่ยวแบบไม่พึ่งพาพิกซาร์สตูดิโอ ในหนังเรื่องใหม่ หากแต่ยังคงนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวของสัตว์น่ารักๆ เพื่อให้คนดูรู้สึกผูกพันและหลงรักอย่างง่ายดาย นับจาก DINOSAUR, Chicken Little หรือ The Wild ดีสนีย์ยังคงใช้สัตว์มาเป็นลูกล่ออย่างต่อเนื่อง  แม้แต่ Meet the Robinsons ก็ยังใช้แอบใช้ทีเร็กซ์มาเรียกคนดูเข้าโรงล่ะน่า

          มาถึง BOLT ดูท่าดิสนีย์จะเพิ่งหาทางเจอ ว่าคิดมาตั้งนาน ทำไมไม่ใช่เหล่าผองสัตว์ที่ผูกพันอยู่กับมนุษย์มากที่สุดนะ น้องหมา น้องแมว หรือว่าน้องหนูไง สัตว์ใกล้ตัวทั้งนั้น แค่ทำให้เนียนๆ แล้วใส่จิตวิญญาณประดิษฐ์ให้กับมัน เพียงเท่านี้คนดูก็รักหัวปกหัวปำแล้ว

 

          แล้วดิสนีย์ก็ทำสำเร็จเมื่อความสามารถของคอมพิวเตอร์อนิเมชั่น กับลักษณะนิสัยของสัตว์ ถูกผสมผสานกลายเป็นความสนุกที่เรียกรอยยิ้มได้ตั้งแต่ฉากแรก จริงอยู่ที่หมากับแมวเคยเห็นบ่อยแล้วในหนัง แต่ความแปลกใหม่ที่ดิสนีย์ก้าวไปอีกขั้นก็คือ ดิสนีย์จับวิญญาณของหมาและแมว ใส่ลงไปอย่างเต็มสตรีม กลายเป็นทั้งโบลท์, มิทเทนส์ (แมวดำ) และริโน (หนูตะเพาอ้วน) มีคาแรคเตอร์ของตัวเองที่เด่นชัด และคนดูก็หลงรักพร้อมกับเอาใจช่วยให้พวกเขาให้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลผ่านอุปสรรคนานัปการเพื่อมาพบกับตอนจบแบบแฮปปี้เอนดิ่งในที่สุด

 

          การเดินทางของโบลท์จึงกลายเป็นหนังโรดโฮมที่แสนอบอุ่น การสานสัมพันธ์มิตรภาพของสัตว์ทั้ง 3 จึงกลายเป็นเรื่องที่น่าขันและน่ารักซะเหลือเกิน

          ที่สำคัญคนรักสัตว์อย่างน้องหมา-น้องแมว ต้องระวังให้ดี เพราะมีหวังได้น้ำตาคลอเบ้าไปกับความรักที่สุนัขตัวนึงพึงจะมีให้แก่เจ้าของสุดที่รักของมันแน่ๆ

 

          น่าเสียดายที่ในเมืองไทย ไม่มี BOLT แบบ 3D ให้ดู เพราะขนาดดูโรงธรรมดายังสนุก+ขำกระจายขนาดนี้ ถ้าได้ใส่แว่นดูในโรง 3 มิติ คงไม่ต้องพูดถึง โดยเฉพาะการสรรค์สร้างงานอนิเมชั่นให้พุ่งเข้ามาหน้าจออย่างไม่ลดละและไร้ขีดจำกัด ซึ่งนี่ก็เป็นข้อดีอย่างนึง ที่หนัง 3D แบบถ่ายจริงไม่สามารถสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจได้เท่าอนิเมชั่น

         ปิดเทอมนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็มีหนังครอบครัวน่ารักๆ ที่จะให้คุณหนูได้ผจญภัยไปกับเหล่าผองสัตว์ใกล้ตัว ได้เรียนรู้ที่จะรัก และปฏิบัติต่อน้องหมาน้องแมว ให้เพลิดเพลินจนลืมตัวเหมือนอยู่กับบ้านไปเลยล่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

2.meetjoeblog : meetjoeblog.net

         ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ฉายกันซะทีกับภาพยนต์อนิเมชั่นจากค่าย Disney ที่ฉายเดี่ยวทำโดยที่ไม่ได้จับมือกับทาง Pixar ความจริงเรื่องนี้นั้นได้ฉายที่อเมริกาไปตั้งแต่ พฤศจิกายน ปีที่แล้ว จนตอนนี้ออกมาเป็น DVD แล้วด้วยครับ แต่ที่เมืองไทยก็เพิ่งเข้าโรงฉายอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานี้

 

          สำหรับเนื้อเรื่องโดยย่อนั้น เล่าถึงหมาตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Bolt (ให้เสียงโดย John Travolta) แต่ว่าเจ้าหมาตัวนี้ไม่ใช่หมาธรรมดาครับ ด้วยความสามารถระดับ Super Dog แล้วไม่ว่าจะเป็น ตาที่ปล่อยลำแสงได้ หรือว่าความสามารถพิเศษต่างๆอีกมากมาย เพียงแต่… มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบนจอภาพยนต์เท่านั้นโดยที่เจ้า Bolt เองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ จนมาวันหนึ่งที่เจ้า Bolt ได้หลุดออกมาอยู่ในโลกแห่งความจริงในเมืองนิวยอร์คซิตี้ที่ อยู่กันคนละฟากกับ Hollywood บ้านเกิดเมืองนอนของเจ้า Bolt การผจญภัยของ Super Dog ในโลกแห่งความจริงพร้อมกับผองเพื่อนอย่างแมวขี้เบื่อ Mittens และเจ้าหนูแฮมเสตอร์ Rhino ถึงแม้ว่าทั้ง 3 จะไม่ค่อยชอบหน้ากันเท่าไหร่นัก แต่ทว่าพวกมันก็เดินทางไปด้วยกัน ซึ่งทำให้ Bolt ค้นพบว่า มันไม่ได้ต้องการพลังพิเศษเพื่อที่จะเป็นฮีโร่

          สำหรับมุข Super Hero ในจอที่หลุดออกมาผจญภัยในโลกแห่งความเป็นจริงนอกจอนั้นออกจะไม่ค่อยใหม่นัก รวมถึง Super Hero ที่เป็นหมานั้นก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมาย แต่หลังจากที่เดินออกจากโรงภาพยนตน์แล้ว ผมบอกได้คำเดียวว่า ประทับใจครับ ได้อะไรหลายๆอย่างนอกจากความบันเทิงติดออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่เพราะและความหมายดีอย่างเพลง “Barking at the Moon” โดยเฉพาะท่อนที่ว่า “There’s no home like the one you’ve got, Cause that home belong to you” และการบอกเล่าเรื่องราวความผูกพันธุ์ของคนและสัตว์เลี้ยงได้อย่างโดนใจเลยทีเดียว

          โดยรวมๆแล้ว ถึงจะมุขเดิมๆ Plot เรื่องแบบเดิมๆ แต่ว่ารูปแบบการเล่า และดำเนินเรื่องนั้นถือว่าไม่น่าเบื่อเลย รวมถึงตัวละครต่างๆ ที่มีบทเด่นแตกต่างกัน มาสร้างสีสันให้กับเนื้อเรื่อง ยิ่งทำให้หนังนี้ดูสนุกขึ้นอีกเยอะ สำหรับใครที่สนใจหนังที่ดูแล้วไม่เครียด ได้อมยิ้ม และหัวเราะไปกับความใส ความผูกพันธ์ ระหว่างคนและสัตว์เลี้ยงก็นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าดู โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆในช่วงปิดเทอมนี้ที่น่าจะดีกว่าไปดูหนัง Action ยิงกันล้างผลาญครับ